24 Hours of Le Mans

24 Hours of Le Mans ทุกวินาทีในสนาม คือความท้าทาย

รูปภาพจาก : https://monochrome-watches.com/the-petrolhead-corner-the…/

24 Hours of Le Mans อีกหนึ่งสุดยอดการแข่งขันรถยนต์สุดทรหดที่มีประวัติศาสตร์การแข่งขันอย่างต่อเนื่องมา ตั้งแต่ปี 1923 ณ เมือง Le Mans ประเทศฝรั่งเศส

รูปภาพจาก : https://hiconsumption.com/history-of-24-hours-of-le-mans/

เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของทุก
องค์ประกอบและความพร้อมของทุกขีดความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของรถ กลยุทธ์ในการวางแผนของทีม ความแข็งแกร่งของนักแข่งและทีมงาน ตลอด 24 ชั่วโมงที่ต้องฟันฝ่าด้วยแรงกายแรงใจพร้อมเผชิญในสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้

รูปภาพจาก : https://dreamactsucceed.blog/…/449-racing-is-life-s4…/

ถือเป็นการแข่งขันที่ทดสอบความทนทานของรถ, นักแข่ง และทีมงานอย่างแท้จริง เพราะนอกจากรถแข่งทุกคันที่ลงสนามจะต้องวิ่งต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงแบบไม่มีหยุดพัก

รูปภาพจาก : https://www.roadandtrack.com/…/2018-le-mans-24-hours…/

ซึ่งกติกาสามารถมีนักแข่ง 3 คนโดยทำหน้าที่สลับสับเปลี่ยนกันขับแล้วนั้น ทางด้านทีมงานต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดีไม่ใช่แค่เฉพาะความเร็วเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการรีดประสิทธิภาพของรถออกมาให้ครบทุกด้านทั้งในเรื่องของเชื้อเพลิง ยาง เบรก ตลอดจนการเซอร์วิสต่างๆ เพื่อทำให้รถแข่งสามารถเข้าเส้นชัยได้จนวินาทีสุดท้าย

รูปภาพจาก : https://www.sportingnews.com/…/a48ippx342u91xped7jjuo4ju

สำหรับการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 89 โดยมี “คุณเต๊อะ วุฒิกร
อินทรภูวศักดิ์” ผู้ก่อตั้งทีม AAS Motorsport เป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่เข้าร่วมการแข่งขัน

รูปภาพจาก : https://www.9carthai.com/porsche-911-rsr/

ซึ่งถือเป็นคนไทยคนที่ 3 ที่เข้าร่วมการแข่งขัน
24 Hours Le Mans ต่อจาก “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช” ที่ลงทำการแข่งขันเมื่อปี 1939, 1954 และ “คุณต่อ ศรีอาชวนนท์ เกรฟส์” ที่ลงทำการแข่งขันเมื่อปี 2012

รูปภาพจาก : https://www.facebook.com/…/pcb…/2897857100463801

“คุณเต๊อะ วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์” ลงทำการแข่งขันด้วยรถ Porsche 911 RSR-19 หมายเลข 99 ในรุ่น LMGTE AM ภายใต้สังกัดทีม PROTON COMPETITION พร้อมด้วยทีมเมทฝีมือดี ดีกรีแชมป์อีก 2 คน คือ Florian Latorre และ Harry Tincknell ที่จะมาพิสูจน์ฝีมือการแข่งขันรถยนต์สุดทรหด 24 Hours of Le Mans ครั้งที่ 89 กันในวันที่ 21-22 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่ 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ร่วมส่งแรงเชียร์และแรงใจ พร้อมติดตามข่าวสาร
การแข่งขันได้ที่ Facebook Fanpage : Thailand Super Series
หรือ www.thailandsuperseries.net

รูปภาพจาก : https://www.facebook.com/…/pcb…/2894925790756932

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.24h-lemans.com/en

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2894926257423552&id=1870717249844463

รูปภาพจาก : https://noequal.co/…/doors-are-closed-for-spectators…/

ทำความรู้จักกับสนาม Knockhill ก่อนส่งแรงเชียร์ไปให้ “น้องเติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์”

ทำความรู้จักกับสนาม Knockhill ก่อนส่งแรงเชียร์ไปให้ “น้องเติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์”
ในการแข่งขัน British F4 R.13-15 ที่สนาม Knockhill วันที่ 14-15 สิงหาคมนี้

Knockhill Racing Circuit ตั้งอยู่ในเมือง Fife ของสหราชอาณาจักร (ประเทศสกอตแลนด์) ถือเป็นสนามแข่งระดับนานาชาติแห่งเดียว รวมทั้งเป็นศูนย์กีฬา Motorsport แห่งชาติของสกอตแลนด์ เปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1974 และต่อมาช่วงระหว่างปี 1974 – 1983 นั้นสนามแห่งนี้ได้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และมีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในสนามมาหลายครั้ง จนกระทั่งในปี 1984 สนามแห่งนี้ได้รับการพัฒนาจนถึงจุดที่สามารถจัดการแข่งขันรายการใหญ่ระดับประเทศอย่าง British Touring Car Championships ที่มีการแข่งขันติดต่อกันนานถึง 12 ปี หลังจากนั้นได้รับการปรับปรุงสนามอีกครั้งในปี 2002 ซึ่งทำให้สนามแห่งนี้เป็น 1 ในปฏิทินการแข่งขันรายการ British Formula 3 Championship และ British GT Championship ตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา

Knockhill Racing Circuit มีโครงสร้างสนามทั้งหมด 3 รูปแบบด้วยกัน “International Circuit” มีระยะทางต่อรอบ 2.09 กิโลเมตร ประกอบด้วยโค้งทั้งหมด 9 โค้ง, “National Circuit” มีระยะทางต่อรอบ 1.6 กิโลเมตร ประกอบด้วยโค้งทั้งหมด 10 โค้ง และ “Tri Oval Circuit” มีระยะทางต่อรอบอยู่ที่ 0.8 กิโลเมตร เป็นสนามที่ได้รับการรับรองทั้งการวิ่งแบบวิ่งตามเข็มนาฬิกา และทวนเข็มนาฬิกา

มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ “น้องเติ้น” ในการแข่งขัน British F4 R.13-15 ที่สนาม Knockhill ได้ในวันที่ 14-15 สิงหาคมนี้ไปพร้อมๆ กันผ่านทาง Facebook Fanpage : Thailand Super Series

รูปภาพจาก : https://www.knockhill.com/Visitor-Information

ขอบคุณข้อมูลจาก http://fiaformula4.com/calendar/https://www.knockhill.com/circuitmap
รูปภาพจาก : https://www.timeattack.co.uk/tag/scotland/

‘Safety Barrier’ หรืออุปกรณ์ป้องกันในสนาม

‘Safety Barrier’ หรืออุปกรณ์ป้องกันในสนาม
แข่งขัน เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่มีขึ้นเพื่อรองรับแรงกระแทก อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในสนาม ซึ่งมีอยู่มากมายหลายแบบด้วยกัน
วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกันครับ
#TSSNiceToKnow

Guardrail เป็นแผ่นเหล็กชุบสังกะสีที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตแบบ Basic Oxygen Open Heat Electric Furnace ทำให้ราวเหล็กทุกชิ้นมีสภาพที่เรียบร้อยสม่ำเสมอตลอดทั้งแผ่น แข็งแกร่ง และมีความต้านทานการสึกกร่อนสูง โดยสามารถชะลอความเร็วของรถที่พุ่งเข้ามาชนได้

รูปภาพจาก : https://twitter.com/f1/status/1131552085835681792

ตามกฎของ FIA นั้น Guardrail การติดตั้งจะต้องเรียงต่อกัน 3 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นจะมีช่องว่างได้ไม่เกิน 5 เซนติเมตรเท่านั้น รวมทั้งเสาที่ยึด Guardrail ต้องมีระยะห่างกัน 2 เมตร

รูปภาพจาก : Bangsaen Street Circuit 2019

Concrete Barrier เมื่อรถเสียหลักจนชนเข้ากับตัว Concrete Barrier สิ่งนี้จะสามารถป้องกันไม่ให้รถพุ่งทะลุไปชนกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่บริเวณด้านหลังได้ ซึ่งกฎของ FIA ได้ระบุไว้ว่า Concrete Barrier นั้นจะต้องมีน้ำหนักต่อก้อนไม่ต่ำกว่า 4 ตัน และความยาวต่อก้อนอยู่ที่ 4 เมตร

รูปภาพจาก : https://formulaspy.com/…/zandvoort-banking-is-ready-to…

Tires Stack หรือ กองยาง เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ความปลอดภัยภายในสนาม มีหน้าที่ซับแรงกระแทกจากรถที่พุ่งเข้ามาและลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งยางที่นำมาใช้ทุกเส้นจะมีขนาดยางเท่ากันและเป็นยางใหม่ที่ไม่ผ่านการใช้งาน เนื่องจากมียางใหม่มีความนุ่มและยืดหยุ่น ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจะ
สามารถซับแรงกระแทกได้ดีกว่ายางที่ผ่านการใช้งานแล้ว การติดตั้งกองยางนั้นจะนำมาซ้อนกันเป็นชั้นสูงประมาณ 90 ซม. หรือเทียบเท่า Guardrail นำมาจัดรวมไว้เป็นชุดและติดตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของ Tecpro Barrier หรือยึดไว้กับกำแพง, Guardrail, Concrete Barrier ในจุดที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งบริเวณด้านหน้าของกองยางนั้นจะหุ้มเพิ่มด้วยแผ่นยางเพื่อไม่ให้ชิ้นส่วนของรถที่พุ่งเข้ามานั้นมียางติดออกไป

รูปภาพจาก : https://twitter.com/f1/status/1035528521425317893?lang=fa

Catching Fence เป็นอุปกรณ์ป้องกันภายในสนามซึ่งติดตั้งในบริเวณที่มีอัฒจันทร์ หรือมีผู้ชมอยู่ด้านหลังอุปกรณ์สิ่งนี้ โดยเน้นความปลอดภัยและไม่บดบังทัศนวิสัยภายในสนาม ตามกฎของ FIA นั้น Catching Fence จะต้องมีความสูงของรั้วจากพื้น
อย่างน้อย 3.5 เมตร และต้องมีรั้วที่ต่อจากด้านบนสุดยาวเพิ่มขึ้นอีก 20 เซนติเมตร ทำมุม 45 องศาเฉียงเข้าไปด้านในสนาม ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันชิ้นส่วนต่างๆของรถแข่ง เช่น ล้อ หรือ ยางรถยนต์ กระเด็นออกมาโดนผู้ชม ในกรณีรถที่เกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งกำหนดให้อัฒจันทร์ผู้ชมนั้นต้องมีระยะห่างจาก Catching Fence 1.5 เมตร เพื่อความปลอดภัยอีกด้วย

รูปภาพจาก : Bangsaen Street Circuit 2019

Tecpro Barrier เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยในสนามที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ผลิตขึ้นโดยบริษัทจากประเทศฝรั่งเศส ได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมด้านความปลอดภัยในสนามแข่งจาก FIA ในปี 2006 ซึ่ง Tecpro Barrier นั้นผลิตจากโพลีเอทิลีนนำมาขึ้นรูป สามารถซับแรงกระแทก รวมทั้งลดความเสียหายต่อตัวนักแข่งและรถได้มากกว่า 40% เมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์อื่น นอกจากประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมแล้วยังสามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็วและบำรุงรักษาง่ายอีกด้วย จะสังเกตุได้ว่าในสนามแข่ง เช่น สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิตจุดไหนที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการแข่งอยู่บ่อยครั้ง ในจุดนั้นจะมีการติดตั้ง Tecpro Barrier อยู่เป็นจำนวนมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.tecprobarriers.com/

รูปภาพจาก : https://studentmotorsport.com/is-motorsport-to-insular/

Tecpro Barrier ประกอบไปด้วย 3 ชั้น ดังนี้
ชั้นที่ 1 ตัวรับแรงด้านหน้า ภายในอุปกรณ์จะอัดแน่นไปด้วยฟองน้ำ เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะเป็นด่านหน้าที่รับแรงกระแทก หลังจากนั้นจะถ่ายแรงไปที่ตัวด้านหลัง
ชั้นที่ 2 ตัวนี้จะซับแรงกระแทกจากชั้นแรก ข้างในไม่มีวัสดุใดๆ มีเพียงอากาศที่อยู่ข้างในเท่านั้น ซึ่งจะมีรูระบายอากาศอยู่ด้านล่าง เมื่อโดนแรงอัดเข้ามาจะใช้หลักการการถ่ายอากาศในการซับแรงกระแทก
ชั้นที่ 3 ตัวรับแรงด้านหลัง ภายในอุปกรณ์จะอัดแน่นไปด้วยฟองน้ำเหมือนกับชั้นที่ 1 ที่กล่าวไป

รูปภาพจาก : Bangsaen Street Circuit 2019

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.fia.com/…/fia_standard_3501-2017_safety…

https://www.fia.com/…/fia_standard_3502-2018_debris…

https://www.tecprobarriers.com/

รูปภาพจาก : Bangsaen Street Circuit 2019

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ วันเฉลิมพระชนมพรรษา

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า

บริษัท เรซซิ่ง สปิริต จำกัด

ร่วมลงนามถวายพระพร ผ่านระบบออนไลน์
ได้ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th
ระหว่างวันที่ ๗-๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๔

TSS Library – ความแตกต่างของ Supercar และ Hypercar

หากพูดถึงรถในฝันของผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลความเร็วคงหนีไม่พ้น Supercar กับ Hypercar อย่างแน่นอน ในความเป็นจริงแล้ว Supercar และ Hypercar นั้นไม่มีนิยามหรือคำจำกัดความอย่างเป็นทางการ แต่กระนั้น TSS ก็ขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักและทราบถึงคุณสมบัติที่แตกต่างกันของรถทั้ง 2 ประเภทนี้

กดอ่านต่อตามลิงค์นี้ได้เลย…https://www.thailandsuperseries.net/ความแตกต่างของ-supercar-และ-hypercar/(opens in a new tab)

ความแตกต่างของ Supercar และ Hypercar

TSS พาไปชม”ความแตกต่างของ Supercar และ Hypercar” #TSSNiceToKnow

รูปภาพจาก : https://wallpapercave.com/ferrari-and-mclaren-wallpapers

หากพูดถึงรถในฝันของผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลความเร็วคงหนีไม่พ้น Supercar กับ Hypercar อย่างแน่นอน ในความเป็นจริงแล้ว Supercar และ Hypercar นั้นไม่มีนิยามหรือคำจำกัดความอย่างเป็นทางการ แต่กระนั้น TSS ก็ขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักและทราบถึงคุณสมบัติที่แตกต่างกันของรถทั้ง 2 ประเภทนี้

รูปภาพจาก : https://www.wallpapertip.com/…/ihbJibb_mclaren-p1-ferrari/

Supercar เป็นรถที่มีรูปทรงสวยงามโฉบเฉี่ยว อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ
เครื่องยนต์, ช่วงล่าง, เทคโนโลยี และมีสมรรถนะสูง ซึ่งมีอัตราเร่ง 0-100 ภายใน 4 วินาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 300 กม./ชม. รถที่จัดอยู่ในกลุ่ม Supercar อาทิเช่น Ferrari 458, Lamborghini Huracan, Audi R8, Porsche 911, Ford GT

รูปภาพจาก : https://www.pinterest.com/jxtoong99/rich-luxury/

Hypercar เป็นรถที่มีรูปทรงล้ำสมัยโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีการผลิตจำนวนจำกัด นับว่าเป็นขั้นกว่าของ Supercar มันคือ Top of the Line สูงที่สุดของ Supercar ของค่ายนั้น Hypercar คือรถที่มีสมรรถนะสูงโดยจะมาพร้อมกับการปรับแต่งที่เหนือชั้นที่สุด รวมถึงเทคโนโลยีเครื่องยนต์ Hybrid ไฟฟ้า-น้ำมัน ทำความเร็วไม่ต่ำกว่า 386 กม./ชม. รถที่จัดอยู่ในกลุ่ม Hypercar ยกตัวอย่างเช่น Bugatti Chiron, Koenigsegg Regera, McLaren P1, Ferrari La Ferrari, Pagani Huayra

รูปภาพจาก : https://blog.dupontregistry.com/…/supercarsunday-2018…/

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/archives/53416
https://milelimit.com/
http://carvariety.com/supercar-vs-hypercar/

รูปภาพจาก : https://www.motorauthority.com/…/1123696_laferrari-one1..

รูปภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=Mz5PAKmwAqc 

Supercar : McLaren 765LT Spider

รูปภาพจาก : https://www.bangkoksupercar.com/…/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0…

Supercar : LAMBORGHINI HURACÁN STO

รูปภาพจาก : https://www.lamborghini.com/en-en/models/huracan/huracan-sto

Supercar : MASERATI MC20

รูปภาพจาก : https://www.autodeft.com/…/2021-maserati-mc20-supercar…

Hypercar : Bugatti Chiron

รูปภาพจาก : https://www.caranddriver.com/bugatti/chiron

Hypercar : Aston Martin Valkyrie 2021

รูปภาพจาก : https://www.astonmartin.com/…/aston-martin-valkyrie…

Hypercar : Koenigsegg Jesko 2021

รูปภาพจาก : https://www.goodwood.com/…/this-is-the-production-spec…/

Hypercar : Lamborghini Sian 2021

รูปภาพจาก : https://www.autoexpress.co.uk/…/new-lamborghini-sian…

TSS Library – “FCY” คือ?? เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกหรือหมายถึงอะไรกัน?

ในการแข่งขันรถยนต์ สัญญาณป้ายและสัญญาณธงถือว่ามีความจำเป็นอย่างมากสำหรับนักแข่งที่ลงทำการแข่งขัน รวมทั้งผู้ชมการแข่งขัน เนื่องจากเป็นตัวบอกเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในสนาม รวมทั้งเป็นการสื่อสารระหว่างนายสนามกับนักแข่ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในระหว่างการแข่งขันอีกด้วย สัญญาณป้ายและสัญญาณธงเป็นสิ่งที่นักแข่งรถต้องทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

รูปภาพจาก : https://www.as-web.jp/domestic/362316

กดอ่านต่อตามลิงค์นี้ได้เลย…https://www.thailandsuperseries.net/

“FCY” คือ?? เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกหรือหมายถึงอะไรกัน?

“FCY” คือ?? เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกหรือหมายถึงอะไรกัน?
#TSSNiceToKnow

ในการแข่งขันรถยนต์ สัญญาณป้ายและสัญญาณธงถือว่ามีความจำเป็นอย่างมากสำหรับนักแข่งที่ลงทำการแข่งขัน รวมทั้งผู้ชมการแข่งขัน เนื่องจากเป็นตัวบอกเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในสนาม รวมทั้งเป็นการสื่อสารระหว่างนายสนามกับนักแข่ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในระหว่างการแข่งขันอีกด้วย สัญญาณป้ายและสัญญาณธงเป็นสิ่งที่นักแข่งรถต้องทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

รูปภาพจาก : https://www.as-web.jp/domestic/362316

สำหรับผู้ที่ชมการแข่งขัน การได้ทำความรู้จักกับสัญญาณนั้นช่วยทำให้เกมการแข่งขันมีอรรถรสที่สนุกเพิ่มยิ่งขึ้น สัญญาณธงและสัญญาณป้ายมีหลายแบบด้วยกัน เช่น

• “ธงเขียว” หมายถึง สภาพสนามปกติ สามารถทำการแข่งขันได้

• “ธงดำวงกลมส้ม พร้อมป้ายเบอร์รถ” หมายถึง รถแข่งเบอร์ดังกล่าวมีปัญหา ให้นำรถเข้าพิทในรอบต่อไปเพื่อทำการแก้ไข

• “ธงแดง” หมายถึง การแข่งขันได้ยุติลง ให้นักแข่งหยุดการแข่งขันทันที

• “ธงเหลือง พร้อมป้าย SC” หมายถึง มีอันตรายเกิดขึ้น และมีรถ Safety Car ออกมานำขบวน ซึ่งรถทุกคันต้องชะลอความเร็ว รักษาตำแหน่งเดิมของตนเองไว้ ห้ามแซงโดยเด็ดขาด

รูปภาพจาก : https://www.centralmaine.com/…/auto-racing-wiscasset…/

คุณรู้หรือไม่ว่ายังมีสัญญาณของธงและป้าย ที่ไม่คุ้นตากับการแข่งขันรถยนต์ในบ้านเรา มาวันนี้ TSS จะอาสาพาทุกท่านทำความรู้จักกันครับ สัญญาณที่เราพูดถึงนั้นคือ “ธงเหลือง พร้อมป้าย FCY”

FCY ย่อมาจากคำว่า Full Course Yellow เป็นการแสดงสัญลักษณ์ธงเหลืองรอบสนาม เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นภายในสนาม และมีสิ่งกีดขวางอาจทำให้เกิดอันตราย แต่เป็นเหตุการณ์ที่สามารถ
คลี่คลายโดยใช้เวลาไม่นาน ทาง Race Director จะประกาศให้นักแข่งทราบผ่านทางวิทยุสื่อสารภายในรถก่อนล่วงหน้าที่จะแสดงสัญญาณนี้

รูปภาพจาก : https://www.motorsport.com/…/fcy-fuji-teething…/6503169/

เมื่อธงเหลืองพร้อมป้าย FCY แสดงขึ้น รถแข่งทุกคันจะต้องลดความเร็วลงให้เหลือไม่เกิน 80 กม./ชม. รักษาระยะห่างจากรถคันหน้าและคันหลังไว้ให้อยู่ในระยะเดิมก่อนที่สัญญาณนี้จะแสดง ห้ามแซงโดยเด็ดขาด เมื่อภายในสนามกลับมาสู่ภาวะปกติแล้วทาง Race Director จะประกาศให้นักแข่งทราบอีกครั้งเพื่อเตรียมตัวเริ่มทำการแข่งขันต่อไป ซึ่งการแข่งขันที่มีสัญญาณธงเหลืองพร้อมป้าย FCY นั้นจะเป็นการแข่งขันรถยนต์ที่ใช้เวลา เป็น Handicap สำหรับนักแข่ง อาทิ รายการ Super GT, GT World Challenge

รูปภาพจาก : https://www.issc-austria.at/…/2-taet…/full-course-yellow

TSS Library – ทำความรู้จักกับ Zolder Circuit ก่อนการแข่งขัน DTM R3

สนาม Zolder หรือสนาม Terlamen เป็นสนามแข่งรถที่ตั้งอยู่ใน Heusden-Zolder ประเทศเบลเยี่ยม สร้างขึ้นในปี 1963 มีความยาวรอบสนามอยู่ที่ 4.011 กิโลเมตร ประกอบด้วยโค้งทั้งหมด 10 โค้ง เป็นสนามแบบวิ่งตามเข็มนาฬิกา ซึ่งสนามแห่งนี้ได้รับความนิยมจากนักแข่ง และรายการแข่งขันเป็นอย่างมาก เนื่องจากสนามมีเอกลักษณ์ที่คงความดั้งเดิมเอาไว้ อีกทั้งสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ

รูปภาพจาก : https://www.visitlimburg.be/…/evenementendomein-circuit…

กดอ่านต่อตามลิงค์นี้ได้เลย…https://www.thailandsuperseries.net/ทำความรู้จักกับ-zolder-circuit-ก่อนก/