วันเข้าพรรษา ๒๕๖๖ ตรงกับวันพุธที่ ๒ สิงหาคม หรือ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘

วันเข้าพรรษา ๒๕๖๖ ตรงกับวันพุธที่ ๒ สิงหาคม หรือ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘

เข้าพรรษา แปลว่า “พักฝน” หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่น ๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน

วันอาสาฬหบูชา ๒๕๖๖

วันอาสาฬหบูชา ๒๕๖๖ ปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑ สิงหาคม ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ตามจันทรคติ เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมจากการตรัสรู้ให้แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน เมืองพาราณสี

TSS Library – สารต้องห้ามทางการกีฬา

WADA คืออะไรและมีหน้าที่อย่างไรบ้าง ?

WADA มีการบริหารจัดการในระดับภูมิภาค โดยกระจายอยู่ในทุกประเทศทั่วโลก ตั้งเป็นองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามแห่งชาติ หรือมีชื่อย่อว่า NADO และในประเทศไทย ได้มีการจัดตั้งสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา : Doping Control Agency of Thailand หรือ DCAT ขึ้น โดยอาศัยความในมาตราของพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาพ.ศ. 2555 โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

กดอ่านต่อตามลิงค์นี้ได้เลย…สารต้องห้ามทางการกีฬา

การละเมิดกฎการต่อต้านการใช้สารต้องห้าม

  1. ตรวจพบ
    สารต้องห้ามในตัวอย่างปัสสาวะหรือเลือดของนักกีฬา
  2. การใช้
    หรือพยายามใช้สารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้าม
  3. ปฏิเสธ
    หรือไม่มาให้เก็บตัวอย่างภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่มีเหตุอันสมควร
  4. ละเมิด
    ข้อกำหนดการแจ้งถิ่นที่อยู่ของนักกีฬา (Whereabouts)
  5. แทรกแซง
    หรือการพยายามแทรกแซงกระบวนการควบคุมการใช้สารต้องห้าม
  6. ครอบครอง
    สารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้าม
  7. การค้า
    สารต้องห้ามหรืออุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับวิธีการต้องห้ามใดๆ
  8. การให้
    หรือพยายามให้สารต้องห้าม หรือวิธีการต้องห้ามแก่นักกีฬา
  9. สนับสนุน
    ส่งเสริมให้นักกีฬาใช้สาร/วิธีการต้องห้าม
  10. เกี่ยวข้อง
    กับบุคคลที่กระทำละเมิดกฏต่อต้านการใช้สารต้องห้าม
  11. การกระทำใดๆของนักกีฬา
    หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาที่เป็นการขัดขวางหรือต่อต้านการรายงานข้อมูลการละเมิดกฎการต่อต้านสารต้องห้ามทางการกีฬาต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

TSS Library – การละเมิดกฎการต่อต้านการใช้สารต้องห้าม

  1. ตรวจพบ
    สารต้องห้ามในตัวอย่างปัสสาวะหรือเลือดของนักกีฬา
  2. การใช้
    หรือพยายามใช้สารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้าม
  3. ปฏิเสธ
    หรือไม่มาให้เก็บตัวอย่างภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่มีเหตุอันสมควร
  4. ละเมิด
    ข้อกำหนดการแจ้งถิ่นที่อยู่ของนักกีฬา (Whereabouts)
  5. แทรกแซง
    หรือการพยายามแทรกแซงกระบวนการควบคุมการใช้สารต้องห้าม

กดอ่านต่อตามลิงค์นี้ได้เลย…การละเมิดกฎการต่อต้านการใช้สารต้องห้าม

The Fair Game … ศึกที่ดีไม่ควรมี “สิ่งต้องห้าม” (Part 1)

ขึ้นชื่อว่า “การแข่งขัน” สำหรับกีฬาทุกประเภท สิ่งหนึ่งที่มีเหมือนกันก็คือ “ชัยชนะ” อันเป็นเป้าหมายสูงสุด ภายใต้ “กฎ และกติกา” ที่ต้องผู้เข้าแข่งขันต้องทำการ “เคารพ” เพื่อให้เกิดความ “เท่าเทียม” โดยชอบธรรม … และ “มอเตอร์สปอร์ต” ก็ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่มีความเข้มงวดของ “กฎ และกติกา” ในระดับสูง ทั้งยังไม่ได้กำหนดมาเพื่อ “อุปกรณ์” เท่านั้น หากแต่ยังครอบคลุมในส่วนของ “นักกีฬา” ด้วยเช่นกัน
เพราะนอกจาก “อุปกรณ์” ที่เป็นตัวกำหนดเรื่องความปลอดภัยแล้ว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญก็คือ “สารกระตุ้น” ที่มีคุณสมบัติในการยกระดับขีดความสามารถของนักกีฬาให้ “เหนือกว่าปกติ” เพื่อแข่งขัน และคว้าชัยชนะ จนมองข้ามสิ่งที่ต้องแลกมา ไม่ว่าจะเป็นอนาคต, ชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองที่อาจถูกทำลายลงไปก็ตาม
ฉะนั้นในบทนี้ เราจึงขอนำเสนอ “สารต้องห้าม” และ “วิธีการต้องห้าม” ต่างๆ แห่งวงการกีฬา ที่มีผลข้างเคียงอันตรายต่อร่างกายว่ามีอะไรบ้าง โดยเริ่มจาก “สารต้องห้าม” ที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ เพื่อให้ทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ประกอบด้วย กลุ่มแรก “สารต้องห้าม ที่ห้ามใช้ตลอดเวลา” เช่น


– สารที่ยังไม่ผ่านการรับรอง (Non-Approved Substance)
– สารอนาบอลิก (Anabolic Agents) เป็นสารที่จะส่งผลต่อการเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ ใช้ในกีฬาประเภทที่ต้องการพลังกล้ามเนื้อมาก ส่วนผลข้างเคียง คือ ทำให้อารมณ์แปรปรวน, ฉุนเฉียว และสร้างอันตรายต่อร่างกาย เช่น มะเร็งตับ, ตับแข็ง, โรคหัวใจ ตลอดจนสมรรถภาพทางเพศ
– สารฮอร์โมนเปปไทด์ (Peptide Hormones) และฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโต คือ สารที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นมาได้ เช่น EPO (Erythropoietin) ที่ควบคุมการสร้างเม็ดเลือดแดง ส่วนผลข้างเคียงของการใช้ EPO ก็อาจทำให้เลือดมีความเข้มข้น และเหนียวขึ้น จนส่งผลให้หัวใจทำงานหนักในการพยายามสูบฉีด แล้วก็ยังมีผลข้างเคียงอื่นๆ ที่ตามมาเช่นกัน ทั้งการเจริญเติบโตไม่สมส่วนของหน้าผาก, คิ้ว, กะโหลก และกราม ขณะที่ส่วนของตับ, ต่อมไทรอยด์ และการมองเห็นถูกทำลาย ไปจนถึงทำให้หัวใจโต และนำไปสู่สภาวะหัวใจล้มเหลวได้
– สารเบต้า-ทู อโกนิสท์ (Beta-2 Agonists) เป็นสารกระตุ้นในรูปแบบยารักษาโรคหอบหืด หรือระบบทางเดินหายใจที่ใช้พ่นเข้าไปในลำคอ ซึ่งนักกีฬาที่มีประวัติป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ จะต้องผ่านการขออนุญาตใช้สารเพื่อรักษา และก็จะอนุญาตเป็นชนิดฉีดพ่นเข้าลำคอ แถมท้ายสุดแล้วก็ต้องอยู่ในปริมาณที่ไม่เกินกำหนดเท่านั้น
– สารปรับเปลี่ยนฮอร์โมน และเมตาบอลิสมของร่างกาย (Hormone And Metabolic Modulators) โดยการใช้สารต้องห้ามกลุ่มนี้ จะส่งผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดความผิดปกติของฮอร์โมนเพศ
– ยาขับปัสสาวะ และสารปกปิดอื่นๆ (Diuretics And Masking Agent) เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ยาที่ใช้ควบคุมน้ำหนัก ด้วยการลดปริมาณน้ำในร่างกาย ส่วนใหญ่มักใช้ในกีฬาที่มีการแบ่งน้ำหนัก โดยผลข้างเคียงก็คือทำให้ร่างกายขับเกลือแร่มากขึ้นจนร่างกายขาดน้ำ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดตะคริวในกล้ามเนื้อ มีภาวะเพลียแดด และอาจทำให้หมดสติได้ เนื่องจากร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน

TSS Library – The Fair Game … ศึกที่ดีไม่ควรมี “สิ่งต้องห้าม” (Part 1)

ขึ้นชื่อว่า “การแข่งขัน” สำหรับกีฬาทุกประเภท สิ่งหนึ่งที่มีเหมือนกันก็คือ “ชัยชนะ” อันเป็นเป้าหมายสูงสุด ภายใต้ “กฎ และกติกา” ที่ต้องผู้เข้าแข่งขันต้องทำการ “เคารพ” เพื่อให้เกิดความ “เท่าเทียม” โดยชอบธรรม … และ “มอเตอร์สปอร์ต” ก็ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่มีความเข้มงวดของ “กฎ และกติกา” ในระดับสูง ทั้งยังไม่ได้กำหนดมาเพื่อ “อุปกรณ์” เท่านั้น หากแต่ยังครอบคลุมในส่วนของ “นักกีฬา” ด้วยเช่นกัน
เพราะนอกจาก “อุปกรณ์” ที่เป็นตัวกำหนดเรื่องความปลอดภัยแล้ว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญก็คือ “สารกระตุ้น” ที่มีคุณสมบัติในการยกระดับขีดความสามารถของนักกีฬาให้ “เหนือกว่าปกติ” เพื่อแข่งขัน และคว้าชัยชนะ จนมองข้ามสิ่งที่ต้องแลกมา ไม่ว่าจะเป็นอนาคต, ชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองที่อาจถูกทำลายลงไปก็ตาม
ฉะนั้นในบทนี้ เราจึงขอนำเสนอ “สารต้องห้าม” และ “วิธีการต้องห้าม” ต่างๆ แห่งวงการกีฬา ที่มีผลข้างเคียงอันตรายต่อร่างกายว่ามีอะไรบ้าง โดยเริ่มจาก “สารต้องห้าม” ที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ เพื่อให้ทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ประกอบด้วย กลุ่มแรก “สารต้องห้าม ที่ห้ามใช้ตลอดเวลา” เช่น

กดอ่านต่อตามลิงค์นี้ได้เลย…The Fair Game … ศึกที่ดีไม่ควรมี “สิ่งต้องห้าม” (Part 1)

The Fair Game … ศึกที่ดีไม่ควรมี “สิ่งต้องห้าม” (Part 2)

จาก Part 1 ของ “สารต้องห้าม” กลุ่มที่ 1 มาต่อเนื่องกันที่ Part 2 กับเรื่องราวที่เหลืออยู่ ซึ่งประกอบด้วยสารกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็น “สารห้ามใช้ เฉพาะในช่วงการแข่งขัน” และสารกลุ่มที่ 3 คือ สารที่กำหนดห้ามไว้ในกีฬาบางชนิด … โดยสารกลุ่มที่ 2 ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ของ “สารห้ามใช้ เฉพาะในช่วงการแข่งขัน” จะประกอบไปด้วย


– สารกระตุ้น (Stimulants) ที่อยู่ในรูปแบบยาต่างๆ เช่น ยาแก้หวัด หรือ ยากระตุ้นประสาท เพราะจะมีผลต่ออัตราการทำงานของระบบในร่างกาย และออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ ส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณไหลเวียนของเลือด ขณะที่ผลข้างเคียงสามารถเกิดขึ้นได้หลายระดับ ตั้งแต่ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ, ความดันโลหิตสูง, ปวดกล้ามเนื้อ, สภาวะช็อค, ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว, เบื่ออาหาร ไปจนถึงขั้นประสาทหลอนเลยทีเดียว
– สารเสพติด (Narcotics) แน่นอนว่าเป็นสารที่เสพเข้าไปแล้ว ทำให้เกิดความต้องการทั้งร่างกาย และจิตใจ ทั้งยังส่งผลให้มีความต้องการที่มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่ที่ใช้สารตัวนี้ ก็เพราะสามารถบรรเทาอาการปวดของร่างกายได้ แต่ผลข้างเคียงก็คือจะทำให้ผู้ใช้อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน มึนเมา ไปจนถึงระบบหายใจถูกทำลาย และอาจเสียชีวิตได้เนื่องจากหัวใจล้มเหลว
– สารประเภทกัญชา แน่นอนว่าเหตุผลที่ใช้ ก็คือบรรเทาภาวะเครียดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน ส่วนผลเสียก็คือ อาจเกิดภาวะความจำเสื่อม คิดช้า สมาธิสั้น ประสาทหลอน ตลอดจนเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด ถุงลมโป่งพองอีกด้วย
– สารกลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticoids) ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบยาหยอดตา ยาหยอดหู ครีมทาผิวหนัง และยาพ่นกล้ามเนื้อ โดยสารนี้จะส่งผลให้มีการยับยั้งการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรืออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
ว่ากันต่อที่ สารกลุ่มสุดท้าย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ 3 ในหมวดหมู่ของ “สารต้องห้ามที่กำหนดในบางชนิดกีฬา”- โดยหลักๆ ก็คือ สารเบต้า-บล็อกเกอร์ (Beta-Blockers) ซึ่งคุณสมบัติก็คือช่วยชะลอการเต้นของหัวใจ และมักจะใช้ในประเภทกีฬาที่ต้องการสมาธิ เช่น ยิงปืน, ยิงธนู, แข่งรถยนต์ หรือ กอล์ฟ

TSS Library – The Fair Game … ศึกที่ดีไม่ควรมี “สิ่งต้องห้าม” (Part 2)

จาก Part 1 ของ “สารต้องห้าม” กลุ่มที่ 1 มาต่อเนื่องกันที่ Part 2 กับเรื่องราวที่เหลืออยู่ ซึ่งประกอบด้วยสารกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็น “สารห้ามใช้ เฉพาะในช่วงการแข่งขัน” และสารกลุ่มที่ 3 คือ สารที่กำหนดห้ามไว้ในกีฬาบางชนิด … โดยสารกลุ่มที่ 2 ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ของ “สารห้ามใช้ เฉพาะในช่วงการแข่งขัน” จะประกอบไปด้วย

กดอ่านต่อตามลิงค์นี้ได้เลย…The Fair Game … ศึกที่ดีไม่ควรมี “สิ่งต้องห้าม” (Part 2)

TSS Library – The Fair Game … ศึกที่ดีไม่ควรมี “สิ่งต้องห้าม” (Part 3)

นอกจากเรื่องของ “สารต้องห้าม” แล้ว อีกสิ่งที่นักกีฬาไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวก็คือ “วิธีการต้องห้าม” (Prohibited Methods) หมายถึงวิธีการใดๆ ก็ตามที่จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพของนักกีฬา ตลอดจนขัดขวางกระบวนการตรวจสอบ เพื่อหาสารโด๊ป … ซึ่งโดยหลักๆ แล้ว “วิธีการต้องห้าม” จะถูกจัดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

กดอ่านต่อตามลิงค์นี้ได้เลย…The Fair Game … ศึกที่ดีไม่ควรมี “สิ่งต้องห้าม” (Part 3)