Category: TSS LIBRARY

เตรียมความพร้อม ก่อน การแข่งขัน “Endurance”

การแข่งขันรถยนต์นั้นต้องอาศัยความพร้อม ความสามัคคี และความสามารถของรถแข่ง, นักแข่ง และทีมงาน เป็นอย่างมากกว่าที่จะให้สามารถขึ้นไปอยู่บนโพเดียม ซึ่งถือเป็นความสำเร็จสูงสุดนั้นได้ ยิ่งโดยเฉพาะการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบมาราธอนอย่างรายการ ADAC Total 24h Race Nürburgring ซึ่งเป็นการแข่งขันแบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงด้วยแล้ว ยิ่งต้องใช้ความทนทานของรถยนต์ ความอดทนของนักแข่งทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งทีมงานทุกคนที่ต้องเตรียมความพร้อมตลอดการแข่งขันเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เรามาเรียนรู้เคล็ดลับขั้นพื้นฐานของเหล่าบรรดานักแข่งในการเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันกัน

อันดับแรก การเตรียมความพร้อมของร่างกาย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และเช็คร่างกายของคุณก่อนลงสนามทุกครั้ง ยิ่งนักแข่งที่อายุมากยิ่งต้องเช็คร่างกายให้ละเอียด โดยเฉพาะความดัน และหัวใจ

อันดับที่ 2 เมื่อร่างกายพร้อมแล้ว ใจคุณต้องพร้อมด้วย การเตรียมพร้อมว่าในสนามเราต้องเจอกับใคร สถานการณ์อย่างไร และสิ่งที่สำคัญสุดคือ สติ ต้องมีอยู่เสมอ เมื่อเจอปัญหา หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เรื่องเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจนั้นอาศัยการฝึกซ้อมจะทำให้เกิดประสบการณ์ และการเรียนรู้มากขึ้น

อันดับที่ 3 การเตรียมความพร้อมของรถที่จะใช้เข้าแข่งขัน รถที่ดีไม่ใช่แค่แรงหรือเร็ว ไม่ใช่แค่ยี่ห้อหรือรุ่นรถ แต่รถที่ดีนั้นจะต้องเป็นรถที่เข้ากับคนขับได้ ต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับนักแข่งให้ได้นั่นเอง

อันดับที่ 4 การเตรียมความพร้อมเรียนรู้สนาม การรู้จักสนามที่เราจะไปแข่ง ศึกษาสนามในแต่ละจุด มีโค้งตรงไหน พื้นผิวสนามแข่งเป็นเช่นไร ยิ่งหากคุณไม่เคยได้สัมผัสกับสนามนั้นมาก่อนยิ่งต้องศึกษาข้อมูลให้มากที่สุด

อันดับที่ 5 การเตรียมความพร้อมเรียนรู้ และรับมือกับนักแข่งคนอื่นที่เข้าร่วมการแข่งขัน การรู้จักนักแข่งที่เข้าร่วมกรแข่งขันกับเราถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่ง เพราะเราจะทราบถึงจุดอ่อน และจุดแข็งของผู้ที่จะมาชิงโพเดียมกับเรา

อันดับที่ 6 ซึ่งเป็นอันดับสุดท้าย การเตรียมความพร้อมของสมาชิกทุกคนในทีม ความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจของสมาชิกในทีม ถือแรงขับเคลื่อนที่ดีที่สุดที่ทำให้การแข่งขันสามารถฝ่าฟันทุกอย่าง และผ่านธงหมากรุกได้ การมีสมาชิกในทีมช่างที่มีคุณภาพ และมีความสามัคคีกันนอกจากจะได้รถที่สภาพพร้อม 100% แล้วยังช่วยทำให้นักแข่งเองมันใจ และสภาวการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นบนสนามแข่งได้เป็นอย่างดี

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเคล็ดลับเล็กน้อย ที่จะพาสิงห์นักแข่งทั้งหลายไปสู่เส้นชัยได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด การฝึกฝนเป็นเรื่องที่สำคัญ ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งมีประสบการณ์มากขึ้นเท่านั้น ในวันที่ 4-6 มิถุนายนนี้ชาวไทยทุกคนมาร่วมลุ้น และส่งกำลังใจเชียร์ Toyota Gazoo Racing Team Thailand ทีมแข่งรถสัญชาติไทยทีมแรก และทีมเดียวในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบเอนดูรานซ์รายการ ADAC Total 24h Race Nürburgring 2021 ไปพร้อมๆกันได้ทาง Facebook Fanpage : Thailand Super Series

“Endurance” การแข่งขันแบบนี้คืออะไร?

“Endurance”

หลังจากที่เราไปทำความรู้จักถึงความเป็นมาของการแข่งขันรายการ ADAC Total 24h Race Nürburgring ซึ่งเป็นการแข่งขันแบบเอนดูรานซ์กันแล้ว วันนี้เรามาดูกันบ้างว่าการแข่งขันแบบนี้คืออะไร?

การแข่งขันแบบเอนดูรานซ์ เป็น 1 ในประเภทของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบ Circuit (วิ่งวนรอบสนาม) เป็นการแข่งขันแบบระยะยาวที่มีขึ้นเพื่อทดสอบความทนทานของรถยนต์ ความอดทนของนักแข่งทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งทีมงานทุกคนที่ต้องเตรียมความพร้อมตลอดการแข่งขัน

ซึ่งการแข่งขันประเภทนี้ไม่ได้ถูกกำหนดเป็นจำนวนรอบของสนาม แต่จะกำหนดเป็นรูปแบบของระยะเวลาแทน โดยมีตั้งแต่ 4, 6, 8, 12 ไปจนถึง 24 ชั่วโมง โดยผู้ที่ทำรอบการแข่งขันได้มากที่สุด เมื่อถึงเวลาที่กำหนดจะเป็นผู้ที่คว้าชัยชนะไป

การแข่งรถประเภทนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถของรถแข่ง, นักแข่ง และทีมงานได้เป็นอย่างดี เพราะความแตกต่างเพียงแค่ไม่กี่วินาทีนั้น อาจบ่งบอกถึงผลการแข่งขันได้เลยทีเดียว

ในวันที่ 4-6 มิถุนายนนี้เรามาร่วมลุ้น และเชียร์ Toyota Gazoo Racing Team Thailand ทีมแข่งรถสัญชาติไทยทีมแรก และทีมเดียวในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบเอนดูรานซ์รายการ ADAC Total 24h Race Nürburgring 2021 ได้ทาง Facebook Fanpage : Thailand Super Series

พิชิตสุดยอดสนามแข่งระดับตำนานกับรายการ ADAC Total 24h Race Nürburgring 2021

หลังจากที่เราได้พาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ นูเบิร์กริง สนามที่โหดที่สุดของโลกซึ่งได้รับฉายาเรียกขานว่า “Green Hell” หรือ “นรกสีเขียว” กันแล้ว มาในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จัก และร่วมกันนับถอยหลังสู่การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบเอนดูรานซ์ รายการยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก นั่นคือ รายการ ADAC Total 24h Race Nürburgring กันบ้าง

ADAC Total 24h Race Nürburgring เป็นรายการแข่งขัน 24 ชั่วโมงติดอันดับ 1 ใน 3 ของรายการเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ที่จัดขึ้นโดยสมาพันธ์ยานยนต์แห่งประเทศเยอรมนี (ADAC – Allgemeiner Deutscher Automobil Club) ตั้งแต่ปี 1970 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเหล่าผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากทั่วโลกส่งรถโปรดัคชั่นคาร์เข้าร่วมแข่งขัน

เพื่อเป็นการแสดงถึงศักยภาพและสมรรถนะของตัวรถ ที่สามารถวิ่งได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ภายใต้สภาวะการขับขี่อันแสนหนักหน่วง จากฝีมือและผีเท้าของนักแข่ง ด้วยเส้นทางแข่งขันที่มีระยะทางยาวถึง 26 กิโลเมตร มีโค้งที่ท้าทายและอันตรายมากถึง 73 โค้ง

รายการ ADAC Total 24h Race Nürburgring แบ่งประเภทรถสำหรับการแข่งขันออกเป็น 2 แบบหลักๆ ได้แก่ SP หรือ Super Production รถที่ทำขึ้นมาพิเศษสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ และ V รถโปรดัคชั่นคาร์ที่กำลังวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด โดยปีนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ส่ง Toyota Gazoo Racing Team Thailand

ภายใต้การนำทีมของ “พี่อรรถ สุทธิพงศ์ สมิตชาติ” ทีมแข่งรถสัญชาติไทยทีมแรก และทีมเดียว ลงทำการแข่งขันเพื่อป้องกันแชมป์ในรุ่น SP3 ด้วยรถ Toyota Corolla Altis GR Sport จำนวนทั้งหมด 2 คัน

ร่วมติดตามเป็นกำลังใจให้กับ Toyota Gazoo Racing Team Thailand ในการแข่งขัน ADAC Total 24h Race Nürburgring 2021 ระหว่างวันที่ 4-6 มิถุนายนนี้

ได้ที่ Facebook Fanpage : Thailand Super Series

หลังจากที่เราได้แนะนำ สนามนูร์เบอร์กริงไปแล้วนั้น เราก็ขอแนะนำภาพยนต์เรื่อง Rush เพื่อจะทำให้ทุกท่านให้ได้รับอรรถรส

หลังจากที่เราได้แนะนำ สนามนูร์เบอร์กริง สนามแข่งขันรถยนต์ที่มีชื่อเสียงติด 1 ใน 3 ของโลก และยังได้รับการขนานนามว่า “สุดโหด” อีกทั้งยังเป็นสนามที่มีเรื่องราวน่าประทับใจ และเรื่องน่าเศร้าใจในที่ที่เดียวกัน

มาวันนี้เราขอแนะนำภาพยนต์เรื่อง Rush เพื่อจะทำให้ทุกท่านให้ได้รับอรรถรส และเข้าถึงการแข่งขันในสนามนูร์เบอร์กริงมากยิ่งขึ้น

ภาพยนต์เรื่อง Rush ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นความทรงจำของเหล่ามอเตอร์สปอร์ตผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว ภาพยนต์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากเรื่องจริง เป็นเรื่องราวของนักแข่ง F1 สองคน ระหว่าง เจมส์ ฮันท์ และ นิกิ เลาด้า ที่ไม่ลงรอยกันแต่ทั้งคู่นั้นต่างก็เป็นแรงผลักดันให้กัน ฮันท์ และเลาด้านั้นเป็นนักแข่งที่มีมุมมอง และนิสัยใจคอต่างกันสุดขั้ว

ฮันท์เป็นพวกประเภทที่บ้าระห่ำไม่กลัวตาย

ส่วนเลาด้า เป็นคนฉลาดมีพรสรรค์ด้านการวางแผน ปรับปรุงเครื่องยนต์ และตารางทุกอย่างต้องเป๊ะ พวกเขาทั้งสองต่างเป็นแชมป์โลกที่โด่งดังที่สุดในอดีต ทุกสนามที่พวกเขาลงแข่งก็ได้สร้างปรากฏการณ์เป็นที่กล่าวขานกันเรื่อยมา

ในปี 1976 ถือเป็นยุคทองของการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันก็ว่าได้ และพวกเค้าสองคนนี้ถือเป็นสีสันหลักในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้เลย

หลังจากที่เลาด้าได้ชมภาพยนตร์ที่มีตัวเขาเองเป็นตัวหลัก ก็ได้ออกมาชมว่า ทำบรรยากาศได้สมจริงมาก โดยเฉพาะไฮไลท์สำคัญในสนามนูร์เบอร์กริง ที่ตัวเองประสบอุบัติเหตุไฟคลอกก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ยื้อชีวิต

เลาด้า กล่าวในงานเปิดตัวภาพยนตร์ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำได้สมจริงมาก บอกได้เลยว่าผมดูแล้วช็อคทีเดียวเมื่อเห็นฉากที่ตัวผมอยู่ในโรงพยาบาล มันทำให้รู้สึกขนลุก และเห็นได้ชัดว่าแพทย์พยายามทำทุกอย่างแบบสุดความสามารถเพื่อช่วยชีวิตผม”

Niki Lauda ตำนานแชมป์ Formula 1 สามสมัย

ขณะเดียวกัน แชมป์โลก F1 3 สมัย กล่าวยังรู้สึกคิดถึง เจมส์ ฮันท์ คู่แข่งร่วมวงการอยู่ตลอดเวลา แม้อีกฝ่ายจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 1993 ด้วยอาการหัวใจวายในวัย 45 ปี “ผมหวังว่า เจมส์ จะมาอยู่ด้วยกันในค่ำคืนนี้

นี่คือวันที่ดีวันหนึ่งของผม” และหลังจากภาพยนต์เรื่องนี้เข้าฉายได้เพียง 5 ปี นิกิ เลาด้า ก็ได้เสียชีวิตลงในวันที่ 20 พฤษภาคม 2562

ฉากการแข่งขันระหว่าง เจมส์ ฮันท์ และ นิกิ เลาด้า ในภาพยนต์เรื่อง Rush

ฉากการแข่งขันในภาพยนต์เรื่อง Rush

อีกหนึ่งเรื่องที่เป็นความทรงจำของเหล่ามอเตอร์สปอร์ตผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว ใครว่างๆ ไปหาชมกัน ดูซ้ำได้หลายรอบ สนุกจริงๆเรื่องนี้ #RUSH

มาทำความรู้จัก สนามแข่งระดับโลก Nürburgring

มาทำความรู้จัก สนามแข่งระดับโลก Nürburgring ประเทศเยอรมนี สนามแห่งนี้เป็นที่โจษจัน และเป็นสนามที่เล่าขานกันว่า โหด เหี้ยม ยาก อันตราย และมีเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมายเกิดขึ้น วันนี้เรามาทำความรู้จักกับสนามแข่งรถเจ้าของฉายา “The Green Hell” หรือ “นรกสีเขียว” กัน

สนาม Nürburgring ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1925-1927 นูร์เบอร์ก เมืองโบราณในเขตเทือกเขาไอเฟล (Eifel) ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี เมืองสำคัญของแคว้นบาเยิร์น ห่างจากมิวนิก เมืองหลวงของแคว้นไปทางเหนือราว 170 กิโลเมตร นับเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากมิวนิก และห่างจากเมืองโคโลญจ์ 70 กิโลเมตร และ 120 กิโลเมตร จากเมืองแฟรงก์เฟิร์ต

โดยวัตถุประสงค์ในตอนแรก คือ สนามแข่งขันรถยนต์ ต่อมาในปี ค.ศ.1927 ได้เปิดให้เป็นสนามในการทดสอบรถยนต์อีกด้วย สนามแบ่งเป็นทั้งหมด 4 ส่วน ดังนี้

1.สนามใหญ่ที่รวมทุกส่วนไว้ทั้งหมด เรียกว่า Gesamtstrecke (Whole Course) มีความยาวทั้งสิ้น 28.265 กิโลเมตร

2.Nordschleife (Northern Loop) ความยาว 22.810 กิโลเมตร

3.Sudschleife (Southern Loop) ความยาว 7.747 กิโลเมตร

4.Zielschleife (Finish Loop) หรือ Betonschleife ความยาว 2.281 กิโลเมตร ใช้สำหรับอุ่นเครื่อง GP-Strecke ความยาว 5.148 กิโลเมตร เป็นสนามที่สร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ.1982 เพื่อใช้แข่งรถทางเรียบ ตรงบริเวณที่เดิมที่เป็นจุดเริ่มต้น และเส้นชัยของสนาม ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นสนามหลักของการแข่งขัน

สนามแห่งนี้ถูกสร้างมาเพื่อใช้สำหรับแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง รายการเยอรมัน กรังด์ปรีซ์ตั้งแต่ปี 1947 จนถึง 1970 ก่อนที่สนามจะถูกงดทำการแข่งขันไประยะหนึ่ง เนื่องจากความยาก และอันตรายของสภาพภูมิประเทศ และเส้นทางทำให้มีนักแข่งหลายต่อหลายคนต้องจบชีวิตไปกับสนามแห่งนี้

ต่อมาสมาพันธ์ยานยนต์แห่งประเทศเยอรมัน (ADAC – Allgemeiner Deutscher Automobil Club) ได้ใช้สนามแห่งนี้เป็นหนึ่งในรายการ ADAC 24Hours Rennen Nürburgring ตั้งแต่ปี 1970 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้เส้นทาง Nordschleife (Northern Loop) ความยาว 22.810 กิโลเมตร รวมกับ GP-Strecke ความยาว 5.148 กิโลเมตร รวมกันได้ระยะทางทั้งสิ้น 26 กิโลเมตร

ซึ่งในระยะเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากออกสตาร์ท ภายใต้พวงมาลัย นักแข่งทุกคนต้องเผชิญกับความท้าทายของสนาม ทั้งความเร็วสูง โค้งแคบ หักศอก โค้งกะทันหัน ทางขึ้น-ลง สูงต่ำบนเนินเขา และจุด Blind corner ที่พร้อมจะทดสอบความสามารถของนักแข่งได้ทุกเวลา ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมา สนามแห่งนี้จึงกลายเป็นสนามเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ที่ติดอันดับความสำคัญ และมีชื่อเสียงติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก

จุดเริ่มต้นเส้นทางมอเตอร์สปอร์ต #อัตTRD ไม่ง่าย!!! กว่าจะมีวันนี้ในรายการ “ปรีดา Talk” – EP1

“พี่อัต” สุทธิพงศ์ สมิตชาติ ประธานบริษัท ทีอาร์ดี (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการนำทีม Toyota คว้าแชมป์ที่ Nürburgring กับแผนขับเคลื่อนวงการ Motorsport เมืองไทย จุดเริ่มต้นจากอดีตถึงปัจจุบัน และอนาคต ถ่ายทอดโดยพี่ปรีดา และโก้

“อัตTRD​ เรื่องราวการเดินทาง สิ่งที่มุ่งหวังและผลักดันในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในรายการ “ปรีดา Talk” – EP2


“พี่อัต” สุทธิพงศ์ สมิตชาติ ประธานบริษัท ทีอาร์ดี (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการนำทีม Toyota คว้าแชมป์ที่ Nürburgring กับแผนขับเคลื่อนวงการ Motorsport เมืองไทย จุดเริ่มต้นจากอดีตถึงปัจจุบัน และอนาคต ถ่ายทอดโดยพี่ปรีดา และโก้ การเป็นแชมป์ที่ Nürburgring แล้ว “พี่อัต” สุทธิพงศ์ สมิตชาติ มีทิศทางในการนำทีมเข้าร่วมทำการแข่งขันในรายการใดบ้าง มีรถอะไรที่น่าสนใจบ้าง…. เรื่องราวการเดินทางต่างๆ สิ่งที่มุ่งหวังและผลักดันในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย “พี่อัต” สุทธิพงศ์ สมิตชาติ จะสรุปให้ฟังกันใน Ep. นี้ 📍SEE YOU THAILAND SUPER SERIES 2021 #ThailandSuperSeries​ #TSS​ #TSS2021​ #Bangsaen​ #StreetCircuit​ #ThePremierRaceSeriesInASEAN​ #MotorsportThailand​ #การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน​ #BuriramInternationalCircuit​ ___________________________ #ไม่อยากพลาดทุกข่าวสารการเคลื่อนไหว​ Thailand Super Series กดติดดาว/เห็นก่อน ___________________________ Contact E-Mail : info@racingspirit.co.th ติดตามข่าวสาร https://www.thailandsuperseries.net​ Facebook : https://www.facebook.com/ThailandSupe…​ IG : thailandsuperseries

วิวัฒนาการอุปกรณ์เกมส์แข่งรถ

วิวัฒนาการของอุปกรณ์เกมแข่งรถมีอะไรบ้างมาดูกัน..TSS Digital Racing สัปดาห์ที่ 3 อย่าลืมติดตาม #นักแข่งจริงจะมาซิ่งในเกมในรุ่นของนักแข่ง TSS Racer วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคมนี้ เวลา 19.00 น. กับรถ Group 3 หรือ GT3 ห้ามพลาด!!

ตอนนี้รายการ TSS Digital Racing Season 2 กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เราจึงขอเอาใจสายเกมเมอร์ที่รักความเร็วกันบ้าง ในวันนี้เราจะมาพูดวิวัฒนาการของอุปกรณ์ของเกมแข่งรถว่าเป็นอย่างไร
มาเริ่มต้นกันที่อุปกรณ์คลาสสิคกันก่อนเลยอย่างจอยสติ๊ก การควบคุมอาจจะยากเกินไปสำหรับบางคน คนที่ใช้จอยแบบธรรมดาเล่นได้ถือว่ามีฝีมือเลยทีเดียว
ต่อมาคืออุปกรณ์ที่เรานิยมกันมากที่สุดอยู่ในขณะนี้คือแบบ Steering wheel/ Cockpit เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ได้อรรถรส และความสมจริงยกระดับขึ้นมาจากจอยสติ๊กเป็นอย่างมาก เช่น การควบคุมทิศทางรถ การเปลี่ยนเกียร์จากพวงมาลัย หรือมีเกียร์ด้านข้าง และยังมีคลัทช์ เบรก คันเร่ง ที่ใช้เท้าควบคุมประดุจว่าได้แข่งในสนามจริง
มาต่อกันที่เทคโนโลยีที่ยกระดับอีกขั้นของเกมแนว Simulator นั่นก็คือ มีการติดตั้งระบบไฮดรอลิกจากเดิม(แบบ Steering wheel/ Cockpit) ทำให้มีการถ่ายน้ำหนักขณะควบคุมรถ ซึ่งการควบคุมทิศทางและเกียร์ยังคงเดิม
สุดท้าย คือ สุดยอดนวัตกรรมแห่งยุคเลยก็ว่าได้ นั้นก็คือ VR (Virtual Reality) เป็นการจำลองภาพให้เสมือนจริง แบบ 360 องศา จากการสวมแว่นตา VR ทำให้ได้มุมมองมิติใหม่เหนือกว่าที่เราเคยเล่นกันมา