Category: TSS LIBRARY

ทำความรู้จักกับกีฬา “Motorsport”

Motorsport หนึ่งในกีฬาท้าความเร็วที่มีเสน่ห์สุดเร้าใจ และชวนตื่นเต้น อันที่จริงแล้ว Motorsport ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันของรถยนต์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่เป็นกีฬาที่รวมถึงทุกชนิดของยานพาหนะที่มีเครื่องยนต์เป็นตัวหลักในการขับ
เคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ เครื่องบิน รถจักรยานยนต์ แม้กระทั่งเรือ แล้วคุณรู้หรือไม่ว่ากีฬาชนิดนี้มีการแข่งขันกี่ประเภท และอะไรบ้าง วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับกีฬา Motorsport นี้กัน #TSSNiceToKnow

“การแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์”

คือ การแข่งขันที่เน้นเฉพาะรถ 2 ล้อ หรือรถมอเตอร์ไซค์เท่านั้น รูปแบบการแข่งขันมีทั้งทางฝุ่น ได้แก่รายการ Dakar Rally, MXGP, Enduro, Trial Bike และการแข่งขันทางเรียบอย่าง Endurance World Champion, World Superbike สำหรับรายการที่โด่งดังที่สุด คือ MotoGP ซึ่งในปัจจุบันแบ่งออกได้ถึง 3 รุ่น คือ MotoGP, Moto 2 และ Moto 3

รูปภาพจาก : https://www.bangkokpost.com/…/motogp-hopes-for…

การแข่งขันทางฝุ่น Dakar Rally

รูปภาพจาก : https://www.dailysabah.com/…/sand-heat-and…/images

การแข่งขันทางเรียบ Endurance World Champion

รูปภาพจาก : https://www.roadracingworld.com/…/world-endurance-bmw…/

“การแข่งทางน้ำ”

เรียกว่า F4 Powerboat เรือที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมานั้นจะมีความเพรียวบาง เพื่อให้ต้านลมได้น้อยที่สุด ลักษณะจึงจะคล้ายคลึงกับเรือดำน้ำที่ขึ้นมาวิ่งบนพื้นผิวของน้ำจริงได้ จึงถือว่าเป็นหนึ่งในกีฬา
มอเตอร์สปอร์ตทางน้ำที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจได้เป็นอย่างดี

รูปภาพจาก : https://www.f1h2o.com/gallery/2018/grand-prix-of-france

การแข่งทางน้ำ F4 Powerboat

รูปภาพจาก : https://adimsc.ae/news

“การแข่งขันทางอากาศ Air Race 1 หรือเครื่องบินสูตร 1”

เป็นการแข่งขันทางอากาศที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยจะเน้นการแข่งที่ให้ความเร็วที่สุด มากถึง 450 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงกว่าการแข่งขัน Formula 1 และ MotoGP การแข่งขันในระดับโลกเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่สำหรับในประเทศไทยได้เริ่มต้นการแข่งขันและเป็นเจ้าภาพตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นหนึ่งในโครงการดึงดูดนัก
ท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น

รูปภาพจาก : https://en.wikipedia.org/wiki/Air_racing

การแข่งขันทางอากาศ หรือการแข่งขัน Air Race 1 หรือเครื่องบินสูตร 1

รูปภาพจาก : https://skiesmag.com/…/air-race-1-launches-host-city…/

การแข่งขันทางอากาศ หรือการแข่งขัน Air Race 1 หรือเครื่องบินสูตร 1

รูปภาพจาก : https://auto.mthai.com/motorsport/46959.html

ที่มาข้อมูล : https://sportyrelax.com/…/%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%80…/

• Circuit เป็นการแข่งแบบรอบสนาม โดยจำนวนรอบหรือเวลาเป็นตัวตัดสินผลการแข่งขัน การแข่งขันจะจัดขึ้นในสนามที่มีมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากลเป็นหลัก การแข่งประเภทนี้จะมีหลากหลายรายการ และเป็นที่นิยมกันทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เป็นการแข่งขันรถยนต์ในสนามแข่งที่สร้างขึ้นอย่างถาวร หรือเฉพาะกิจบนผิวทางแข่ง (Track) ที่เรียบแข็ง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องใช้
สมาธิ ประสบการณ์ รวมทั้งไหวพริบและทักษะเฉพาะตัวในการแข่งขันอย่างสูง รายการแข่งขันที่จัดอยู่ในประเภทนี้ ได้แก่ Formula 1, NASCAR หรือในบ้านเราก็คือ Thailand Super Series, Toyota Gazoo Racing Motorsport

รูปภาพจาก : Thailand Super Series 2017
https://www.facebook.com/media/set/… 

• Drift เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น และนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก เป็นการแข่งรถที่ทำให้รถเสีย
อาการ ลื่นไถลไปตามมุมองศาต่างๆ ตามแนวโค้ง แต่ยังสามารถควมคุมได้ ไม่เน้นความแรงในทางตรง และการไปให้ถึงเส้นชัยเป็นอันดับแรก แต่จะตัดสินที่การเข้าโค้งอย่างสวยงาม ลูกเล่นต่างๆ หรือความเร็วตอนเข้าโค้ง รวมทั้งควบคุมไม่ให้รถหลุด
ออกจากโค้ง ส่วนใหญ่จะใช้รถที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับคลื่อนสี่ล้อ เนื่องจากความเหมาะสมของการถ่ายเทน้ำหนักและพละกำลังของรถ รถแข่งชนิดนี้จะเน้นไปที่แรงบิดของเครื่องยนต์กับช่วงล่างที่ต้องทำมาเป็นพิเศษ ผู้ขับขี่ต้องใช้ประสบการณ์และทักษะในการขับขี่ พร้อมการใช้ความคิดในการ
วิเคราะห์ และเพิ่มลูกเล่นต่างๆ ให้กับรถเพื่อชนะ
คู่แข่ง

รูปภาพจาก : https://news.formulad.com/…/formula-drift-top-10-from…/

• Drag เป็นการแข่งรถทางตรงในระยะทาง 402.34 หรือที่เรียกกันว่า “ควอเตอร์ไมล์” โดยใช้นาฬิกาดิจิทัลเป็นตัวจับเวลา ผู้ที่เข้าเส้นชัยก่อนหรือใกล้เคียงกับเวลาที่กำหนดไว้มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ หัวใจหลักของการแข่งแบบนี้คือ กำลังของเครื่องยนต์ รวมถึงการชิงจังหวะวัดไหวพริบของ
นักแข่ง เริ่มกันตั้งแต่การเหยียบคันเร่งออกตัว ไปจนถึงการเข้าเกียร์ในจุดที่เหมาะสม เพื่อรีดพละกำลังของเครื่องยนต์ให้มากที่สุด เป็นการแข่งที่นิยมมากทั้งในอเมริกาและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

รูปภาพจาก : https://www.brainerddispatch.com/…/4311434-nhra-theres…

• Rally คือ การแข่งทางฝุ่นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก เป็นการแข่งในรูปแบบที่ไม่จำกัดลักษณะพื้นผิวถนน ผู้ที่ทำเวลาจากจุดเริ่มต้นไปถึงเส้นชัยในเวลาน้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะ ส่วนใหญ่มักนิยมแข่งขันบนเส้นทางทั่วไป เช่น ทางวิบากตามธรรมชาติ ทางสาธารณะบนเขาหรือภายในป่า ที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขัน นอกจากนักแข่งหรือผู้ขับ (Driver) แล้วจะมีผู้บอกเส้นทาง หรือ เนวิเกเตอร์ (Co-Driver) นั่งคู่ไปกับผู้ขับด้วย เพื่อป้องกันการขับผิดเส้นทาง และชี้จุดที่อันตรายในการแข่งขัน ทั้งนี้ก่อนมีการแข่งขัน ผู้จัดฯ จะแจ้งผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันให้ทำการตรวจสอบเส้นทางก่อน โดยรถที่จะเข้าสำรวจเส้นทางการแข่งขันนั้นจะไม่อนุญาตให้รถที่มีแผ่นรองกันกระแทกใต้เครื่องยนต์ หรือแผ่นปิดใต้เครื่องยนต์ (Sump-guard) เข้าสำรวจเส้นทางเด็ดขาด รถที่ใช้ในการแข่งขันจะต้องทำการปรับแต่งอย่างเต็มรูปแบบสำหรับการแข่งโดยเฉพาะ เนื่องจากการแข่งประเภทนี้เป็นการแข่งขันที่เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับการแข่งขันประเภทอื่น

รูปภาพจาก : https://toyotagazooracing.com/wrc/release/2021/rd06-preview/

• Gymkhana เป็นการแข่งที่ใช้งบประมาณน้อย นิยมสำหรับนักแข่งที่เริ่มต้นทำการแข่งขันสามารถใช้รถในชีวิตประจำวันเข้าแข่งขันได้ การแข่งขันประเภทนี้เน้นที่การดึงทักษะในการขับหลากหลายประเภทของนักแข่งรวมไว้เข้าด้วยกัน เนื่องจากต้องควบคุมรถไปถึงเส้นชัยให้เร็วที่สุด ภายใต้สนามแข่งที่เต็มไปด้วยทางโค้งแคบหรือสนามแข่งที่มีระยะสั้น (Small Circuit) โดยมีกรวยจราจร (Pylons) เป็นแนวกำหนดเขตของเส้นทาง

รูปภาพจาก : https://funkmotorsport.com/road-gymkhana-grid/

ขอบคุณข้อมูลจาก :
https://intrend.trueid.net/…/5-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8…

24 Hours of Le Mans

24 Hours of Le Mans ทุกวินาทีในสนาม คือความท้าทาย

รูปภาพจาก : https://monochrome-watches.com/the-petrolhead-corner-the…/

24 Hours of Le Mans อีกหนึ่งสุดยอดการแข่งขันรถยนต์สุดทรหดที่มีประวัติศาสตร์การแข่งขันอย่างต่อเนื่องมา ตั้งแต่ปี 1923 ณ เมือง Le Mans ประเทศฝรั่งเศส

รูปภาพจาก : https://hiconsumption.com/history-of-24-hours-of-le-mans/

เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของทุก
องค์ประกอบและความพร้อมของทุกขีดความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของรถ กลยุทธ์ในการวางแผนของทีม ความแข็งแกร่งของนักแข่งและทีมงาน ตลอด 24 ชั่วโมงที่ต้องฟันฝ่าด้วยแรงกายแรงใจพร้อมเผชิญในสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้

รูปภาพจาก : https://dreamactsucceed.blog/…/449-racing-is-life-s4…/

ถือเป็นการแข่งขันที่ทดสอบความทนทานของรถ, นักแข่ง และทีมงานอย่างแท้จริง เพราะนอกจากรถแข่งทุกคันที่ลงสนามจะต้องวิ่งต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงแบบไม่มีหยุดพัก

รูปภาพจาก : https://www.roadandtrack.com/…/2018-le-mans-24-hours…/

ซึ่งกติกาสามารถมีนักแข่ง 3 คนโดยทำหน้าที่สลับสับเปลี่ยนกันขับแล้วนั้น ทางด้านทีมงานต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดีไม่ใช่แค่เฉพาะความเร็วเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการรีดประสิทธิภาพของรถออกมาให้ครบทุกด้านทั้งในเรื่องของเชื้อเพลิง ยาง เบรก ตลอดจนการเซอร์วิสต่างๆ เพื่อทำให้รถแข่งสามารถเข้าเส้นชัยได้จนวินาทีสุดท้าย

รูปภาพจาก : https://www.sportingnews.com/…/a48ippx342u91xped7jjuo4ju

สำหรับการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 89 โดยมี “คุณเต๊อะ วุฒิกร
อินทรภูวศักดิ์” ผู้ก่อตั้งทีม AAS Motorsport เป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่เข้าร่วมการแข่งขัน

รูปภาพจาก : https://www.9carthai.com/porsche-911-rsr/

ซึ่งถือเป็นคนไทยคนที่ 3 ที่เข้าร่วมการแข่งขัน
24 Hours Le Mans ต่อจาก “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช” ที่ลงทำการแข่งขันเมื่อปี 1939, 1954 และ “คุณต่อ ศรีอาชวนนท์ เกรฟส์” ที่ลงทำการแข่งขันเมื่อปี 2012

รูปภาพจาก : https://www.facebook.com/…/pcb…/2897857100463801

“คุณเต๊อะ วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์” ลงทำการแข่งขันด้วยรถ Porsche 911 RSR-19 หมายเลข 99 ในรุ่น LMGTE AM ภายใต้สังกัดทีม PROTON COMPETITION พร้อมด้วยทีมเมทฝีมือดี ดีกรีแชมป์อีก 2 คน คือ Florian Latorre และ Harry Tincknell ที่จะมาพิสูจน์ฝีมือการแข่งขันรถยนต์สุดทรหด 24 Hours of Le Mans ครั้งที่ 89 กันในวันที่ 21-22 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่ 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ร่วมส่งแรงเชียร์และแรงใจ พร้อมติดตามข่าวสาร
การแข่งขันได้ที่ Facebook Fanpage : Thailand Super Series
หรือ www.thailandsuperseries.net

รูปภาพจาก : https://www.facebook.com/…/pcb…/2894925790756932

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.24h-lemans.com/en

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2894926257423552&id=1870717249844463

รูปภาพจาก : https://noequal.co/…/doors-are-closed-for-spectators…/

ทำความรู้จักกับสนาม Knockhill ก่อนส่งแรงเชียร์ไปให้ “น้องเติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์”

ทำความรู้จักกับสนาม Knockhill ก่อนส่งแรงเชียร์ไปให้ “น้องเติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์”
ในการแข่งขัน British F4 R.13-15 ที่สนาม Knockhill วันที่ 14-15 สิงหาคมนี้

Knockhill Racing Circuit ตั้งอยู่ในเมือง Fife ของสหราชอาณาจักร (ประเทศสกอตแลนด์) ถือเป็นสนามแข่งระดับนานาชาติแห่งเดียว รวมทั้งเป็นศูนย์กีฬา Motorsport แห่งชาติของสกอตแลนด์ เปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1974 และต่อมาช่วงระหว่างปี 1974 – 1983 นั้นสนามแห่งนี้ได้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และมีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในสนามมาหลายครั้ง จนกระทั่งในปี 1984 สนามแห่งนี้ได้รับการพัฒนาจนถึงจุดที่สามารถจัดการแข่งขันรายการใหญ่ระดับประเทศอย่าง British Touring Car Championships ที่มีการแข่งขันติดต่อกันนานถึง 12 ปี หลังจากนั้นได้รับการปรับปรุงสนามอีกครั้งในปี 2002 ซึ่งทำให้สนามแห่งนี้เป็น 1 ในปฏิทินการแข่งขันรายการ British Formula 3 Championship และ British GT Championship ตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา

Knockhill Racing Circuit มีโครงสร้างสนามทั้งหมด 3 รูปแบบด้วยกัน “International Circuit” มีระยะทางต่อรอบ 2.09 กิโลเมตร ประกอบด้วยโค้งทั้งหมด 9 โค้ง, “National Circuit” มีระยะทางต่อรอบ 1.6 กิโลเมตร ประกอบด้วยโค้งทั้งหมด 10 โค้ง และ “Tri Oval Circuit” มีระยะทางต่อรอบอยู่ที่ 0.8 กิโลเมตร เป็นสนามที่ได้รับการรับรองทั้งการวิ่งแบบวิ่งตามเข็มนาฬิกา และทวนเข็มนาฬิกา

มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ “น้องเติ้น” ในการแข่งขัน British F4 R.13-15 ที่สนาม Knockhill ได้ในวันที่ 14-15 สิงหาคมนี้ไปพร้อมๆ กันผ่านทาง Facebook Fanpage : Thailand Super Series

รูปภาพจาก : https://www.knockhill.com/Visitor-Information

ขอบคุณข้อมูลจาก http://fiaformula4.com/calendar/https://www.knockhill.com/circuitmap
รูปภาพจาก : https://www.timeattack.co.uk/tag/scotland/

‘Safety Barrier’ หรืออุปกรณ์ป้องกันในสนาม

‘Safety Barrier’ หรืออุปกรณ์ป้องกันในสนาม
แข่งขัน เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่มีขึ้นเพื่อรองรับแรงกระแทก อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในสนาม ซึ่งมีอยู่มากมายหลายแบบด้วยกัน
วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกันครับ
#TSSNiceToKnow

Guardrail เป็นแผ่นเหล็กชุบสังกะสีที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตแบบ Basic Oxygen Open Heat Electric Furnace ทำให้ราวเหล็กทุกชิ้นมีสภาพที่เรียบร้อยสม่ำเสมอตลอดทั้งแผ่น แข็งแกร่ง และมีความต้านทานการสึกกร่อนสูง โดยสามารถชะลอความเร็วของรถที่พุ่งเข้ามาชนได้

รูปภาพจาก : https://twitter.com/f1/status/1131552085835681792

ตามกฎของ FIA นั้น Guardrail การติดตั้งจะต้องเรียงต่อกัน 3 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นจะมีช่องว่างได้ไม่เกิน 5 เซนติเมตรเท่านั้น รวมทั้งเสาที่ยึด Guardrail ต้องมีระยะห่างกัน 2 เมตร

รูปภาพจาก : Bangsaen Street Circuit 2019

Concrete Barrier เมื่อรถเสียหลักจนชนเข้ากับตัว Concrete Barrier สิ่งนี้จะสามารถป้องกันไม่ให้รถพุ่งทะลุไปชนกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่บริเวณด้านหลังได้ ซึ่งกฎของ FIA ได้ระบุไว้ว่า Concrete Barrier นั้นจะต้องมีน้ำหนักต่อก้อนไม่ต่ำกว่า 4 ตัน และความยาวต่อก้อนอยู่ที่ 4 เมตร

รูปภาพจาก : https://formulaspy.com/…/zandvoort-banking-is-ready-to…

Tires Stack หรือ กองยาง เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ความปลอดภัยภายในสนาม มีหน้าที่ซับแรงกระแทกจากรถที่พุ่งเข้ามาและลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งยางที่นำมาใช้ทุกเส้นจะมีขนาดยางเท่ากันและเป็นยางใหม่ที่ไม่ผ่านการใช้งาน เนื่องจากมียางใหม่มีความนุ่มและยืดหยุ่น ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจะ
สามารถซับแรงกระแทกได้ดีกว่ายางที่ผ่านการใช้งานแล้ว การติดตั้งกองยางนั้นจะนำมาซ้อนกันเป็นชั้นสูงประมาณ 90 ซม. หรือเทียบเท่า Guardrail นำมาจัดรวมไว้เป็นชุดและติดตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของ Tecpro Barrier หรือยึดไว้กับกำแพง, Guardrail, Concrete Barrier ในจุดที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งบริเวณด้านหน้าของกองยางนั้นจะหุ้มเพิ่มด้วยแผ่นยางเพื่อไม่ให้ชิ้นส่วนของรถที่พุ่งเข้ามานั้นมียางติดออกไป

รูปภาพจาก : https://twitter.com/f1/status/1035528521425317893?lang=fa

Catching Fence เป็นอุปกรณ์ป้องกันภายในสนามซึ่งติดตั้งในบริเวณที่มีอัฒจันทร์ หรือมีผู้ชมอยู่ด้านหลังอุปกรณ์สิ่งนี้ โดยเน้นความปลอดภัยและไม่บดบังทัศนวิสัยภายในสนาม ตามกฎของ FIA นั้น Catching Fence จะต้องมีความสูงของรั้วจากพื้น
อย่างน้อย 3.5 เมตร และต้องมีรั้วที่ต่อจากด้านบนสุดยาวเพิ่มขึ้นอีก 20 เซนติเมตร ทำมุม 45 องศาเฉียงเข้าไปด้านในสนาม ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันชิ้นส่วนต่างๆของรถแข่ง เช่น ล้อ หรือ ยางรถยนต์ กระเด็นออกมาโดนผู้ชม ในกรณีรถที่เกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งกำหนดให้อัฒจันทร์ผู้ชมนั้นต้องมีระยะห่างจาก Catching Fence 1.5 เมตร เพื่อความปลอดภัยอีกด้วย

รูปภาพจาก : Bangsaen Street Circuit 2019

Tecpro Barrier เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยในสนามที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ผลิตขึ้นโดยบริษัทจากประเทศฝรั่งเศส ได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมด้านความปลอดภัยในสนามแข่งจาก FIA ในปี 2006 ซึ่ง Tecpro Barrier นั้นผลิตจากโพลีเอทิลีนนำมาขึ้นรูป สามารถซับแรงกระแทก รวมทั้งลดความเสียหายต่อตัวนักแข่งและรถได้มากกว่า 40% เมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์อื่น นอกจากประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมแล้วยังสามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็วและบำรุงรักษาง่ายอีกด้วย จะสังเกตุได้ว่าในสนามแข่ง เช่น สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิตจุดไหนที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการแข่งอยู่บ่อยครั้ง ในจุดนั้นจะมีการติดตั้ง Tecpro Barrier อยู่เป็นจำนวนมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.tecprobarriers.com/

รูปภาพจาก : https://studentmotorsport.com/is-motorsport-to-insular/

Tecpro Barrier ประกอบไปด้วย 3 ชั้น ดังนี้
ชั้นที่ 1 ตัวรับแรงด้านหน้า ภายในอุปกรณ์จะอัดแน่นไปด้วยฟองน้ำ เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะเป็นด่านหน้าที่รับแรงกระแทก หลังจากนั้นจะถ่ายแรงไปที่ตัวด้านหลัง
ชั้นที่ 2 ตัวนี้จะซับแรงกระแทกจากชั้นแรก ข้างในไม่มีวัสดุใดๆ มีเพียงอากาศที่อยู่ข้างในเท่านั้น ซึ่งจะมีรูระบายอากาศอยู่ด้านล่าง เมื่อโดนแรงอัดเข้ามาจะใช้หลักการการถ่ายอากาศในการซับแรงกระแทก
ชั้นที่ 3 ตัวรับแรงด้านหลัง ภายในอุปกรณ์จะอัดแน่นไปด้วยฟองน้ำเหมือนกับชั้นที่ 1 ที่กล่าวไป

รูปภาพจาก : Bangsaen Street Circuit 2019

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.fia.com/…/fia_standard_3501-2017_safety…

https://www.fia.com/…/fia_standard_3502-2018_debris…

https://www.tecprobarriers.com/

รูปภาพจาก : Bangsaen Street Circuit 2019

ความแตกต่างของ Supercar และ Hypercar

TSS พาไปชม”ความแตกต่างของ Supercar และ Hypercar” #TSSNiceToKnow

รูปภาพจาก : https://wallpapercave.com/ferrari-and-mclaren-wallpapers

หากพูดถึงรถในฝันของผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลความเร็วคงหนีไม่พ้น Supercar กับ Hypercar อย่างแน่นอน ในความเป็นจริงแล้ว Supercar และ Hypercar นั้นไม่มีนิยามหรือคำจำกัดความอย่างเป็นทางการ แต่กระนั้น TSS ก็ขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักและทราบถึงคุณสมบัติที่แตกต่างกันของรถทั้ง 2 ประเภทนี้

รูปภาพจาก : https://www.wallpapertip.com/…/ihbJibb_mclaren-p1-ferrari/

Supercar เป็นรถที่มีรูปทรงสวยงามโฉบเฉี่ยว อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ
เครื่องยนต์, ช่วงล่าง, เทคโนโลยี และมีสมรรถนะสูง ซึ่งมีอัตราเร่ง 0-100 ภายใน 4 วินาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 300 กม./ชม. รถที่จัดอยู่ในกลุ่ม Supercar อาทิเช่น Ferrari 458, Lamborghini Huracan, Audi R8, Porsche 911, Ford GT

รูปภาพจาก : https://www.pinterest.com/jxtoong99/rich-luxury/

Hypercar เป็นรถที่มีรูปทรงล้ำสมัยโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีการผลิตจำนวนจำกัด นับว่าเป็นขั้นกว่าของ Supercar มันคือ Top of the Line สูงที่สุดของ Supercar ของค่ายนั้น Hypercar คือรถที่มีสมรรถนะสูงโดยจะมาพร้อมกับการปรับแต่งที่เหนือชั้นที่สุด รวมถึงเทคโนโลยีเครื่องยนต์ Hybrid ไฟฟ้า-น้ำมัน ทำความเร็วไม่ต่ำกว่า 386 กม./ชม. รถที่จัดอยู่ในกลุ่ม Hypercar ยกตัวอย่างเช่น Bugatti Chiron, Koenigsegg Regera, McLaren P1, Ferrari La Ferrari, Pagani Huayra

รูปภาพจาก : https://blog.dupontregistry.com/…/supercarsunday-2018…/

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/archives/53416
https://milelimit.com/
http://carvariety.com/supercar-vs-hypercar/

รูปภาพจาก : https://www.motorauthority.com/…/1123696_laferrari-one1..

รูปภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=Mz5PAKmwAqc 

Supercar : McLaren 765LT Spider

รูปภาพจาก : https://www.bangkoksupercar.com/…/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0…

Supercar : LAMBORGHINI HURACÁN STO

รูปภาพจาก : https://www.lamborghini.com/en-en/models/huracan/huracan-sto

Supercar : MASERATI MC20

รูปภาพจาก : https://www.autodeft.com/…/2021-maserati-mc20-supercar…

Hypercar : Bugatti Chiron

รูปภาพจาก : https://www.caranddriver.com/bugatti/chiron

Hypercar : Aston Martin Valkyrie 2021

รูปภาพจาก : https://www.astonmartin.com/…/aston-martin-valkyrie…

Hypercar : Koenigsegg Jesko 2021

รูปภาพจาก : https://www.goodwood.com/…/this-is-the-production-spec…/

Hypercar : Lamborghini Sian 2021

รูปภาพจาก : https://www.autoexpress.co.uk/…/new-lamborghini-sian…

“FCY” คือ?? เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกหรือหมายถึงอะไรกัน?

“FCY” คือ?? เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกหรือหมายถึงอะไรกัน?
#TSSNiceToKnow

ในการแข่งขันรถยนต์ สัญญาณป้ายและสัญญาณธงถือว่ามีความจำเป็นอย่างมากสำหรับนักแข่งที่ลงทำการแข่งขัน รวมทั้งผู้ชมการแข่งขัน เนื่องจากเป็นตัวบอกเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในสนาม รวมทั้งเป็นการสื่อสารระหว่างนายสนามกับนักแข่ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในระหว่างการแข่งขันอีกด้วย สัญญาณป้ายและสัญญาณธงเป็นสิ่งที่นักแข่งรถต้องทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

รูปภาพจาก : https://www.as-web.jp/domestic/362316

สำหรับผู้ที่ชมการแข่งขัน การได้ทำความรู้จักกับสัญญาณนั้นช่วยทำให้เกมการแข่งขันมีอรรถรสที่สนุกเพิ่มยิ่งขึ้น สัญญาณธงและสัญญาณป้ายมีหลายแบบด้วยกัน เช่น

• “ธงเขียว” หมายถึง สภาพสนามปกติ สามารถทำการแข่งขันได้

• “ธงดำวงกลมส้ม พร้อมป้ายเบอร์รถ” หมายถึง รถแข่งเบอร์ดังกล่าวมีปัญหา ให้นำรถเข้าพิทในรอบต่อไปเพื่อทำการแก้ไข

• “ธงแดง” หมายถึง การแข่งขันได้ยุติลง ให้นักแข่งหยุดการแข่งขันทันที

• “ธงเหลือง พร้อมป้าย SC” หมายถึง มีอันตรายเกิดขึ้น และมีรถ Safety Car ออกมานำขบวน ซึ่งรถทุกคันต้องชะลอความเร็ว รักษาตำแหน่งเดิมของตนเองไว้ ห้ามแซงโดยเด็ดขาด

รูปภาพจาก : https://www.centralmaine.com/…/auto-racing-wiscasset…/

คุณรู้หรือไม่ว่ายังมีสัญญาณของธงและป้าย ที่ไม่คุ้นตากับการแข่งขันรถยนต์ในบ้านเรา มาวันนี้ TSS จะอาสาพาทุกท่านทำความรู้จักกันครับ สัญญาณที่เราพูดถึงนั้นคือ “ธงเหลือง พร้อมป้าย FCY”

FCY ย่อมาจากคำว่า Full Course Yellow เป็นการแสดงสัญลักษณ์ธงเหลืองรอบสนาม เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นภายในสนาม และมีสิ่งกีดขวางอาจทำให้เกิดอันตราย แต่เป็นเหตุการณ์ที่สามารถ
คลี่คลายโดยใช้เวลาไม่นาน ทาง Race Director จะประกาศให้นักแข่งทราบผ่านทางวิทยุสื่อสารภายในรถก่อนล่วงหน้าที่จะแสดงสัญญาณนี้

รูปภาพจาก : https://www.motorsport.com/…/fcy-fuji-teething…/6503169/

เมื่อธงเหลืองพร้อมป้าย FCY แสดงขึ้น รถแข่งทุกคันจะต้องลดความเร็วลงให้เหลือไม่เกิน 80 กม./ชม. รักษาระยะห่างจากรถคันหน้าและคันหลังไว้ให้อยู่ในระยะเดิมก่อนที่สัญญาณนี้จะแสดง ห้ามแซงโดยเด็ดขาด เมื่อภายในสนามกลับมาสู่ภาวะปกติแล้วทาง Race Director จะประกาศให้นักแข่งทราบอีกครั้งเพื่อเตรียมตัวเริ่มทำการแข่งขันต่อไป ซึ่งการแข่งขันที่มีสัญญาณธงเหลืองพร้อมป้าย FCY นั้นจะเป็นการแข่งขันรถยนต์ที่ใช้เวลา เป็น Handicap สำหรับนักแข่ง อาทิ รายการ Super GT, GT World Challenge

รูปภาพจาก : https://www.issc-austria.at/…/2-taet…/full-course-yellow

ทำความรู้จักกับ Zolder Circuit ก่อนการแข่งขัน DTM R3

ทำความรู้จักกับ Zolder Circuit ก่อนการแข่งขัน DTM R3

รูปภาพจาก : https://www.hankooktire-mediacenter.com/…/tension…/…

สนาม Zolder หรือสนาม Terlamen เป็นสนามแข่งรถที่ตั้งอยู่ใน Heusden-Zolder ประเทศเบลเยี่ยม สร้างขึ้นในปี 1963 มีความยาวรอบสนามอยู่ที่ 4.011 กิโลเมตร ประกอบด้วยโค้งทั้งหมด 10 โค้ง เป็นสนามแบบวิ่งตามเข็มนาฬิกา ซึ่งสนามแห่งนี้ได้รับความนิยมจากนักแข่ง และรายการแข่งขันเป็นอย่างมาก เนื่องจากสนามมีเอกลักษณ์ที่คงความดั้งเดิมเอาไว้ อีกทั้งสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ

รูปภาพจาก : https://www.visitlimburg.be/…/evenementendomein-circuit…

แต่เดิมเคยบรรจุเป็น 1 ในปฏิทินการแข่งขัน Formula 1 ช่วงทศวรรษที่ 70-80 อยู่ถึง 10 ปี หลังจากนั้นจึงได้ย้ายการแข่งขันไปที่สนาม Circuit de Spa-Francorchamps แทนเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุช่วงระหว่างการ Qualify ขึ้นและทำให้ Gilles Villeneuve นักแข่งชาวแคนาดาต้องจบชีวิตลง

รูปภาพจาก : https://www.f1-fansite.com/…/zolder-circuit-layout…/

ในช่วงต้นปี 2006 สนาม Zolder ทำการปรับปรุงพัฒนาด้านความปลอดภัยในสนาม และได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการใหญ่อยู่หลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น World Series by Renault ในปี 2003-2006, Champ Car World Series และ FIA GT Championship ในปี 2007, Masters of Formula 3 ในปี 2007-2008, FIA WTCC Race of Belgium ในปี 2010-2011

รูปภาพจาก : https://motorsportguides.com/circuit-zolder/

และยังมีรายการระดับโลกที่ยังคงจัดการแข่งขันขึ้นที่สนามแห่งนี้อย่างต่อเนื่องจนมาถึงในปัจจุบัน เช่น รายการ 24 Hours of Zolder, American Festival Nascar รวมทั้งรายการ Deutsche Tourenwagen Masters หรือรายการ DTM ที่จะมีขึ้นในวันที่ 6-8 สิงหาคมนี้

รูปภาพจาก : https://www.racedepartment.com/…/zolder-setups-dry…/

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.dtm.com/en/events/zolder
https://www.circuit-zolder.be/en/the-track/

รูปภาพจาก : https://www.hankooktire-mediacenter.com/…/hankook…/…

ทำความรู้จักกับคำว่า “Teamwork” และหน้าที่ต่างๆ ในทีม

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการแข่งขัน Formula 1 ของสนาม Hungaroring เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา จะเห็นว่าหัวใจหลักของการแข่งขันและการขับเคลื่อนทีมให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เพียงแค่อาศัยนักแข่งที่มีความสามารถเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ และความสามารถของทุกคนในทีมอีกด้วย เพราะทุกคนในทีมนั้นคือ 1 ในฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนให้ทีมนั้นประสบความสำเร็จได้ วันนี้ TSS จะขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับคำว่า “Teamwork” และหน้าที่ต่างๆ ในทีม

“Teamwork” เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นที่สุดของทีมแข่งขัน ซึ่งหัวใจหลักๆที่จะนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จ คือการพัฒนาทักษะของสมาชิกของทีมในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ, การสื่อสาร, การวางแผนล่วงหน้า รวมทั้งการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ทุกอย่างที่กล่าวได้มานั้น ล้วนต้องอาศัยความร่วมมือ
จากสมาชิกทุกคนภายในทีม ซึ่งตำแหน่งต่างๆ ภายในทีมแข่งนั้นประกอบไปด้วยหลายส่วน มี
อะไรบ้าง ไปดูกัน..

รูปภาพจาก : https://www.morson.com/…/how-to-become-a-formula-1…

Team Manager

ผู้จัดการทีมมีหน้าที่สำคัญที่ต้องบริหารจัดการ
ภาพรวมของทีมในทุกส่วน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ทีมได้รับความสำเร็จสูงสุด ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ผู้จัดการทีมต้องสามารถควบคุมและบริหารเวลาของสมาชิกทุกคนภายในทีมให้สอดคล้องกับตารางเวลาการแข่งขันที่ถูกกำหนดไว้แล้ว อีกทั้งผู้จัดการทีมที่ดีควรมีประสบการณ์ ทักษะความรู้ในเรื่องของกฎ กติกาการแข่งขันเป็นอย่างดี มีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์ในการแข่งขัน เพื่อบรรลุถึงความสำเร็จสูงสุด

*บุคคลในภาพจากซ้ายไปขวา Otmar Szafnauer (Racing Point), Christian Horner (Red Bull), Toto Wolff (Mercedes), Cyril Abiteboul (Renault F1 Team), Claire Williams (Williams)

รูปภาพจาก : https://www.formula1.com/…/article.the-tp-gp-who-would…

Driver

นักแข่ง นอกจากจะเป็นพระเอกของทีมแล้ว ยังเป็นตัวแทนของทีมอีกด้วย เพราะขณะที่นักแข่งลงทำการแข่งขันอยู่นั้น ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความสามารถของนักแข่งเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือและความพยายามของทุกคนในทีมอีกด้วย นอกจากนี้นักแข่งยังต้องหมั่นฝึกฝนฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเองอยู่เสมอ และรักษาร่างกายให้อยู่ในสภาพที่เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงช่วงที่มีการแข่งขัน นักแข่งจะทำงานร่วมกับทีมเพื่อวิเคราะห์และวางแผน
กลยุทธ์สำหรับการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้น

รูปภาพจาก : https://www.driving.co.uk/…/moto…/f1-2021-teams-drivers/

Chief Technical หรือ Director Technical

หัวหน้าทีมช่างจะทำงานควบคู่ไปกับผู้จัดการทีมซึ่งจะคอยดูแลในส่วนเชิงปฏิบัติการณ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับตัวรถแข่ง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรถ, การปรับแต่งช่วงล่าง และเครื่องยนต์, การเตรียมรถให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน, ดูแลรถแข่งในระหว่างที่มีการแข่งขัน หัวหน้าทีมช่างจำเป็นที่จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในด้านต่างๆ เป็นอย่างดี รวมถึงศึกษาและเข้าใจลักษณะการขับของนักแข่งแต่ละคนอีกด้วย

*ในภาพบุคคลด้านซ้ายคือ Adrian Newey หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของทีม Red Bull Racing Formula 1

รูปภาพจาก : https://www.world-today-news.com/adrian-newey-red-bull…/

Race Engineer

ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่ได้เก็บรวบรวมมา เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดจากรถและนักแข่งออกมา Race Engineer จะคอยวิเคราะห์ข้อมูลทั้งในระหว่างช่วงที่มีการแข่งขัน และช่วงที่ไม่มีการแข่งขัน (การซ้อม) โดยการวิเคราะห์ข้อมูลนั้นจะใช้ข้อมูลการขับในอดีตร่วมด้วยเพื่อนำมาปรับปรุง
สำหรับการแข่งขันในครั้งต่อๆไป

*ในภาพคือ Andrew Shovlin Engineering แห่งทีม Mercedes ใน Formula 1

รูปภาพจาก : https://www.monsterenergy.com/…/f1-insight-engineering…

Mechanics

ทีมช่างต้องอาศัยความรู้ ความสามรถในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ทั้งหมด โดยมีหัวหน้าทีมช่างเป็นผู้สั่งการ ซึ่งทีมช่างทุกคนต้องหมั่นฝึกฝนให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและคอยเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่เสมอ นอกจากนี้ต้องมีความรวดเร็วและแม่นยำในการทำรถโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างที่มีการแข่งขัน

รูปภาพจาก : https://f1i.com/magazine/402712-team-talk-imola-2021.html/4

ทำความรู้จักกับ “Hungaroring”

ก่อนจะระเบิดความมันส์กับศึก Formula 1 Hungarian Grand Prix 2021 ทำความรู้จักกับ Hungaroring กันก่อน วันนี้เรามีรายละเอียดข้อมูลของสนามมาแนะนำ

รูปภาพจาก : https://www.locationscout.net/…/22820-hungaroring-the…

Hungaroring เป็นสนามแข่งรถตั้งอยู่ใน Mogyoród ประเทศฮังการี ห่างจากใจกลาง Budapest ไปทางเหนือเพียง 20 กิโลเมตรเท่านั้น

รูปภาพจาก : https://www.locationscout.net/…/22820-hungaroring-the…

สร้างขึ้นในปี 1985 เดิมทีทางรัฐบาลฮังการีได้วางแผนที่จะพัฒนา Nepliget Park สวนสาธารณะอันเก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดใน Budapest ให้เป็นสนามจัดการแข่งขัน Formula 1 โดยมีสนาม Circuit de Monaco เป็นต้นแบบ

รูปภาพจาก : https://www.locationscout.net/…/22820-hungaroring-the…

แต่ด้วยปัจจัยประกอบกันหลายอย่าง อาทิ ภูมิทัศน์, การคมนาคม หรือสถานที่อำนวยความสะดวกต่างๆ ในท้ายที่สุดจึงได้ตัดสินใจสร้างสนามแห่งนี้ขึ้นแทน ซึ่งใช้ระยะเวลาการสร้างเพียง 8-9 เดือนเท่านั้น

รูปภาพจาก : https://www.racingcircuits.info/…/hungary/hungaroring.html

และในปี 1986 Hungaroring ก็ได้ถูกบรรจุอยู่ในปฏิทินการแข่งขัน Formula 1 นับตั้งแต่นั้นมาจนถึง
ปัจจุบัน นอกจากนี้สนามยังรองรับการแข่งขันใหญ่อีกหลายรายการ เช่น Touring Car World Cup, International GT Open, European Truck Championship

รูปภาพจาก : https://maxf1.net/…/hungaroring-1986-piquet-passes…/

Hungaroring มีระยะทางต่อรอบ 4.381 กิโลเมตร ประกอบด้วยโค้งทั้งหมด 14 โค้ง เป็นการวิ่งแบบตามเข็มนาฬิกา มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับสนาม
โกคาร์ท เนื่องจากผังสนามประกอบไปด้วยทางตรงสั้นสลับกับโค้งที่มีอยู่หลายจุด และต้องการ Downforce สูง

รูปภาพจาก : https://www.formula1.com/…/information.hungary…

ภาพกราฟิกสนาม Hungaroring

รูปภาพจาก : https://www.hungariantourism.com/…/formula-1-eni…

ซึ่งปัจจุบัน Lewis Hamilton เป็นผู้ที่ทำสถิติของสนามแห่งนี้ไว้ด้วยเวลา 1:16.627 นาที ในปี 2020 เรามาร่วมลุ้นกันว่าในวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคมนี้ สถิติของท่านเซอร์จะถูกทำลายหรือไม่?

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.formula1.com/en/racing/2021/Hungary/Circuit.html

https://hungaroring.hu/en/

https://www.racingcircuits.info/…/hungaroring.html…

รูปภาพจาก : https://www.formula1.com/…/article.what-time-is-the…